ลงทุนระยะยาว

มากกว่า 90% ของคนที่ลงทุนระยะยาวมักจะประสบความสำเร็จมากกว่าสายระยะสั้นครับ เพราะในระยะยาวแล้วแค่ถือไว้เฉยๆแล้วรอให้บริษัทที่ดีจริง เก่งจริง ประกอบกิจการไปยังไงก็ได้กำไรแน่นอน ถ้าเป็นเทรนในอนาคตครับ

ส่วนการลงทุนระยะสั้น หลายครั้งที่มักจะพลาดโอกาสทำกำไรสูงๆเนื่องจากขายออกไปก่อน และ เสี่ยงในการเข้าผิดตัวทำให้ขาดทุน หรือ ดอยไปยาวๆครับ 

และนี่คือ 5 สาเหตุที่ทำให้การลงทุนระยะยาวสำคัญ และ ดีกว่าระยะสั้น

ลงทุนระยะยาว

ทำไมการลงทุนระยะยาวถึงดีกว่า

1.พลังของดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest)

การลงทุนระยะยาวเปิดโอกาสให้เงินทำงานด้วย พลังดอกเบี้ยทบต้น ได้อย่างเต็มที่ ผลตอบแทนที่คุณได้รับในแต่ละปี (กำไรหรือปันผล) จะถูกนำไปรวมกับเงินต้นเพื่อสร้างผลตอบแทนในรอบปีถัดไป ทำให้เงินเติบโตแบบทวีคูณ (Exponential Growth) ตามระยะเวลาที่ผ่านไป:

  • ระยะสั้น: ผลตอบแทนที่ได้รับยังไม่ทันได้ทบต้นอย่างมีนัยสำคัญ ก็ถูกขายออกไปแล้ว
  • ระยะยาว: ยิ่งถือครองนานเท่าไหร่ อัตราการเติบโตของเงินลงทุนก็จะเร่งตัวขึ้นตามช่วงเวลา

2.ลดความผันผวนและความเสี่ยงในระยะสั้น

ตลาดหลักทรัพย์มีความผันผวนสูงในระยะสั้น (ราคาขึ้นลงตามอารมณ์ข่าวสารและความกลัว/ความโลภ) การลงทุนระยะยาวช่วยให้นักลงทุน มองข้ามเสียงรบกวน เหล่านี้ และมุ่งเน้นที่มูลค่าพื้นฐานของธุรกิจ:

  • เก็งกำไรระยะสั้น: ต้องเผชิญกับความผันผวนที่รุนแรง และมีโอกาสตัดสินใจผิดพลาดสูงเพราะอารมณ์
  • ลงทุนระยะยาว: โอกาสขาดทุนจะลดลงอย่างมากเมื่อระยะเวลาการลงทุนยาวนานพอ (เช่น ข้อมูลสถิติในหลายตลาดแสดงว่า หากถือครองหุ้นนานกว่า 7-10 ปี โอกาสขาดทุนจะเข้าใกล้ศูนย์) เนื่องจากตลาดหุ้นมีแนวโน้มจะให้ผลตอบแทนที่เป็นบวกในระยะยาวตามการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

3.อาศัยปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจ

การลงทุนระยะยาวคือการเป็น เจ้าของกิจการ ในบริษัทที่มีพื้นฐานดีและมีโอกาสเติบโต นักลงทุนจะได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตของกำไรและรายได้ของบริษัทอย่างแท้จริง:

  • เก็งกำไรระยะสั้น: เน้นการวิเคราะห์ทางเทคนิคและปริมาณการซื้อขาย โดยไม่ได้สนใจว่าบริษัททำธุรกิจอะไร มีกำไรหรือไม่
  • ลงทุนระยะยาว: เน้นการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) และเลือกบริษัทที่แข็งแกร่ง ทำให้ผลตอบแทนที่ได้มาอย่างยั่งยืนจากการเติบโตของธุรกิจ

4.ต้นทุนต่ำกว่า (ค่าธรรมเนียมและภาษี)

การเก็งกำไรระยะสั้นต้องมีการซื้อขายบ่อยครั้ง ซึ่งนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายและภาระภาษีที่สูงกว่า:

  • ค่าธรรมเนียม: การซื้อขายทุกครั้งมีค่าคอมมิชชั่น ทำให้ต้นทุนการเก็งกำไรสะสมสูงกว่า
  • ภาษีกำไร: ในหลายประเทศ (รวมถึงไทยสำหรับนักลงทุนรายย่อย) กำไรจากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ได้รับการยกเว้นภาษี แต่การเก็งกำไรที่มีการหมุนเวียนเงินเร็วอาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายอื่น ๆ และการวางแผนภาษีที่ซับซ้อนกว่าการถือครองระยะยาวเพื่อรับเงินปันผล

5.ลดภาระด้านเวลาและอารมณ์

การเก็งกำไรระยะสั้นต้องใช้เวลาในการเฝ้าหน้าจอ วิเคราะห์กราฟ และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ซึ่งสร้างความเครียดและกดดัน:

  • ลงทุนระยะยาว: อาศัยการวิเคราะห์ที่ดีในตอนเริ่มต้น และมีการติดตามผลเป็นระยะ ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเฝ้าตลาดทุกวัน ทำให้มีเวลาไปโฟกัสกับเรื่องอื่นในชีวิต เช่น อาชีพหลักหรือครอบครัว
  • การตัดสินใจ: การเก็งกำไรระยะสั้นมักอาศัยการตัดสินใจภายใต้ความกดดัน ทำให้เกิดข้อผิดพลาดจาก ความกลัว เมื่อราคาตก และ ความโลภ เมื่อราคาสูง ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ของการทำกำไรอย่างยั่งยืน

ไม่ต้องเดาเหมือนหวยไวให้ปวดหัวครับ เพราะยังไงการลงทุนระยะยาวก็ดีกว่า และ ง่ายกว่าระยะสั้นแน่นอน เพราะซื้อๆขายๆเสี่ยงต่อการเลือกผิด และ เสี่ยงต่อต้นทุนที่สูงกว่าเดิมไปเรื่อยๆครับ

Categories:

Tags:

Comments are closed